คำนวณ BMR
Mifflin-St Jeor Formulaร่างกายต้องการพลังงานนี้เพื่อหายใจ สูบฉีดเลือด และรักษาอุณหภูมิร่างกาย
พลังงานทั้งหมดที่คุณเผาผลาญต่อวัน
BMR คืออะไร?
Basal Metabolic Rate หรือ BMR คืออัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐาน ที่ร่างกายต้องการแม้จะนอนนิ่งตลอดวัน เพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นปกติ
พูดง่ายๆ คือถ้าคุณนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ทำอะไรเลย 24 ชั่วโมง ร่างกายก็ยังต้องเผาผลาญแคลอรี่ในปริมาณเท่ากับ BMR เพื่อให้หัวใจเต้น ปอดหายใจ และเซลล์ทุกเซลล์ทำงานได้ตามปกติ
BMR คิดเป็นประมาณ 60–75% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายใช้ต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
BMR กับ TDEE แตกต่างกันอย่างไร?
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือพลังงานรวมทั้งหมดที่ร่างกายใช้จริงต่อวัน ซึ่งรวมกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดเข้าไปด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสองค่านี้คือ:
TDEE = BMR × Activity Factor
| ระดับกิจกรรม | Activity Factor | ตัวอย่าง BMR 1,700 |
|---|---|---|
| ไม่ค่อยขยับ | × 1.2 | 2,040 kcal |
| ออกกำลังกายเบา 1–3 วัน/สัปดาห์ | × 1.375 | 2,338 kcal |
| ออกกำลังกายปานกลาง 3–5 วัน/สัปดาห์ | × 1.55 | 2,635 kcal |
| ออกกำลังกายหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์ | × 1.725 | 2,933 kcal |
| นักกีฬา/ออกกำลังกาย 2 รอบ/วัน | × 1.9 | 3,230 kcal |
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ BMR
BMR ไม่ใช่ตัวเลขคงที่สำหรับทุกคน มีหลายปัจจัยที่กำหนดว่า BMR ของคุณจะสูงหรือต่ำ ดังนี้
- อายุ — BMR ลดลงประมาณ 1–2% ทุกทศวรรษหลังอายุ 20 ปี เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงตามธรรมชาติ
- เพศ — ผู้ชายมักมี BMR สูงกว่าผู้หญิง 5–10% เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อและขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่าโดยเฉลี่ย
- มวลกล้ามเนื้อ — กล้ามเนื้อเผาผลาญแคลอรี่มากกว่าไขมัน แม้ขณะพักผ่อน การมีกล้ามเนื้อมากจึงทำให้ BMR สูงขึ้น
- พันธุกรรม — บางคนมีอัตราการเผาผลาญที่เร็วหรือช้ากว่าค่าเฉลี่ยโดยธรรมชาติ แม้จะมีขนาดร่างกายเท่ากัน
- ฮอร์โมน — ฮอร์โมนไทรอยด์มีบทบาทสำคัญมาก ภาวะไทรอยด์ต่ำทำให้ BMR ลดลง ส่วนไทรอยด์เป็นพิษทำให้ BMR สูงขึ้นผิดปกติ
- สภาพร่างกาย — ไข้ การตั้งครรภ์ หรือโรคบางอย่างสามารถเพิ่ม BMR ได้ชั่วคราว
วิธีเพิ่ม BMR อย่างยั่งยืน
การเพิ่ม BMR หมายถึงการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้นแม้ในขณะที่ไม่ได้ทำอะไร ซึ่งช่วยให้การลดหรือควบคุมน้ำหนักทำได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
- สร้างกล้ามเนื้อ — การฝึกแบบ Resistance Training (ยกน้ำหนัก สควอต วิดพื้น) ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อซึ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ขณะนอนหลับ
- กินโปรตีนสูง — โปรตีนมี Thermic Effect of Food (TEF) สูงถึง 25–30% หมายความว่าร่างกายเผาผลาญพลังงาน 25–30% ของแคลอรี่โปรตีนที่กินเข้าไปเพื่อย่อยมันเอง
- นอนหลับพอ — การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงส่งผลให้ระดับ Leptin ลดลงและ Ghrelin เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการเผาผลาญและทำให้หิวมากขึ้นในวันถัดไป
- ดื่มน้ำเย็นและชาเขียว — ช่วยเพิ่ม BMR ได้เล็กน้อยในระยะสั้น แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก
- หลีกเลี่ยงการอดอาหารสุดขีด — การลดแคลอรี่รุนแรงทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ BMR ลดลงได้มากถึง 20–30%