เพศ
ข้อมูลร่างกาย
ปี
กก.
ซม.
กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้อง
พลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน (TDEE)
แคลอรี่/วัน
ลดน้ำหนัก
แคลอรี่/วัน
−500 แคล
รักษาน้ำหนัก
แคลอรี่/วัน
= TDEE
เพิ่มกล้ามเนื้อ
แคลอรี่/วัน
+300 แคล

TDEE คืออะไร?

TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือพลังงานรวมทั้งหมดที่ร่างกายของคุณใช้จ่ายในแต่ละวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ครอบคลุมทั้งการหายใจ การย่อยอาหาร การสูบฉีดเลือด รวมถึงการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย

TDEE ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ BMR (Basal Metabolic Rate) หรือพลังงานพื้นฐานที่ร่างกายต้องการขณะพักผ่อนสนิท บวกกับพลังงานที่ใช้จากกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งคำนวณโดยการนำ BMR คูณกับค่าตัวคูณกิจกรรม (Activity Factor)

การรู้ค่า TDEE ที่แม่นยำช่วยให้คุณวางแผนโภชนาการได้อย่างมีเหตุผล ไม่ว่าจะต้องการลดน้ำหนักโดยการกินน้อยกว่า TDEE, รักษาน้ำหนักโดยกินเท่ากับ TDEE หรือเพิ่มกล้ามเนื้อโดยกินมากกว่า TDEE เล็กน้อย

วิธีใช้ค่า TDEE เพื่อลดน้ำหนัก

หลักการลดน้ำหนักที่ได้ผลและปลอดภัยที่สุดคือการสร้าง Caloric Deficit หรือการขาดดุลแคลอรี่ ซึ่งหมายถึงการกินพลังงานให้น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

สูตรง่ายๆ สำหรับการลดน้ำหนัก:
กินน้อยกว่า TDEE ประมาณ 500 แคลอรี่/วัน จะลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.5 กก./สัปดาห์ (ปลอดภัยและยั่งยืน)

ไม่แนะนำให้ลดแคลอรี่มากกว่า 1,000 แคล/วัน เพราะร่างกายอาจสูญเสียกล้ามเนื้อและเกิดภาวะขาดสารอาหาร

อย่าลืมว่า TDEE เป็นค่าประมาณ ควรติดตามน้ำหนักและปรับแคลอรี่ทุก 2–4 สัปดาห์ เนื่องจากเมื่อน้ำหนักลดลง BMR ก็จะลดตามด้วย

ระดับกิจกรรมส่งผลต่อ TDEE อย่างไร?

ระดับกิจกรรมทางกายมีผลต่อ TDEE อย่างมีนัยสำคัญ คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออาจมี TDEE สูงกว่าคนนั่งทำงานถึง 30–60% แม้มีน้ำหนักตัวเท่ากัน

ระดับกิจกรรม ตัวคูณ
นั่งทำงาน ไม่ออกกำลังกาย × 1.2
ออกกำลังกายเบา 1–3 วัน/สัปดาห์ × 1.375
ออกกำลังกายปานกลาง 3–5 วัน/สัปดาห์ × 1.55
ออกกำลังกายหนัก 6–7 วัน/สัปดาห์ × 1.725
ออกกำลังกายหนักมาก / งานใช้แรงกาย × 1.9

ควรเลือกระดับกิจกรรมให้ตรงกับชีวิตจริงมากที่สุด หลายคนมักประเมินตัวเองสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งทำให้คิดว่าร่างกายต้องการพลังงานมากกว่าที่เป็น แนะนำให้เริ่มต้นจากระดับกลาง แล้วปรับตามผลลัพธ์จริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TDEE กับ BMR ต่างกันอย่างไร?
BMR (Basal Metabolic Rate) คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการเพื่อคงการทำงานพื้นฐาน เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ และการรักษาอุณหภูมิ โดยวัดขณะนอนพักสนิทและอดอาหาร ส่วน TDEE คือพลังงานรวมทั้งหมดที่ใช้จ่ายตลอดทั้งวัน ซึ่งรวม BMR บวกกับพลังงานที่ใช้จากกิจกรรมต่างๆ โดย TDEE มักสูงกว่า BMR 20–100% ขึ้นอยู่กับระดับการเคลื่อนไหว
ควรกินแคลอรี่เท่าไหร่เพื่อลดน้ำหนัก?
สำหรับการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและยั่งยืน แนะนำให้กินน้อยกว่า TDEE ประมาณ 300–500 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้น้ำหนักลดลง 0.3–0.5 กก. ต่อสัปดาห์ ไม่ควรกินน้อยกว่า 1,200 แคล/วันสำหรับผู้หญิง และ 1,500 แคล/วันสำหรับผู้ชาย เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสูญเสียกล้ามเนื้อได้
คำนวณ TDEE แล้วต้องทำอะไรต่อ?
เมื่อรู้ค่า TDEE แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ (1) กำหนดเป้าหมาย ว่าต้องการลด เพิ่ม หรือรักษาน้ำหนัก (2) ตั้งเป้าแคลอรี่ต่อวันตามเป้าหมาย (3) แบ่งสัดส่วนสารอาหาร — โปรตีน 25–35%, คาร์บ 40–50%, ไขมัน 20–30% (4) ติดตามการกินอาหารและน้ำหนักทุกสัปดาห์ (5) ปรับค่าแคลอรี่ทุก 3–4 สัปดาห์ตามผลลัพธ์
TDEE เปลี่ยนได้ไหมถ้าออกกำลังกายมากขึ้น?
ได้แน่นอน! TDEE เป็นค่าที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เมื่อคุณออกกำลังกายมากขึ้น ร่างกายก็ต้องการพลังงานมากขึ้นตาม นอกจากนี้การเพิ่มกล้ามเนื้อยังช่วยเพิ่ม BMR ได้ด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการพลังงานมากกว่าไขมัน ดังนั้นแนะนำให้คำนวณ TDEE ใหม่ทุก 1–2 เดือน หรือเมื่อน้ำหนักเปลี่ยนแปลงเกิน 5 กก. หรือเมื่อระดับกิจกรรมเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
รับเคล็ดลับสุขภาพทุกสัปดาห์
เนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ ส่งตรงถึงกล่องจดหมายคุณ ไม่มีสแปม
100%